อัปเดต 2026! 10 ที่เที่ยวกรุงเทพ “เข้าฟรี” ถ่ายรูปปัง เดินทางง่ายใกล้ โรงแรมเดอบางกอก
“กรุงเทพฯ… เมืองที่ไม่เคยหลับใหล และไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไปเพื่อความสุข”
ก้าวเข้าสู่ปี 2026 เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ “Smart Travel” หรือการเที่ยวแบบฉลาดเลือก กำลังมาแรงที่สุด! นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างมองหาประสบการณ์ที่ “Real” เข้าถึงง่าย และที่สำคัญคือต้อง “ถ่ายรูปสวย” เพื่อเก็บเป็นความทรงจำลงโซเชียลมีเดีย และข่าวดีก็คือ กรุงเทพมหานครของเราเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่คุณสามารถเดินเข้าไปสัมผัสความงามได้แบบ ฟรีๆ (Free Entry)
สำหรับใครที่วางแผนมาเที่ยวกรุงเทพฯ และกำลังมองหา “Base Camp” หรือฐานทัพที่พักที่เดินทางสะดวก ราคาคุ้มค่า และมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ Hotel de Bangkok (โรงแรมเดอบางกอก) ในซอยราชปรารภ 12 คือตัวเลือกอันดับต้นๆ เพราะนอกจากจะเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนแล้ว ทำเลที่ตั้งยังเปรียบเสมือน “Hub” ที่เชื่อมต่อคุณกับระบบขนส่งมวลชนหลักอย่าง Airport Rail Link (สถานีราชปรารภ) และ BTS (อนุสาวรีย์ชัยฯ/พญาไท) ทำให้การออกไปตะลุย 10 จุดเช็กอินฟรีที่เราคัดมาให้นี้ เป็นเรื่องง่ายและประหยัดเวลาสุดๆ
เตรียมกล้องให้พร้อม เคลียร์เมมโมรี่ให้ว่าง แล้วตามเราไปจดลิสต์ 10 ที่เที่ยวฟรี กรุงเทพ 2026 กันเลย!






1. สวนป่าเบญจกิติ (Benjakitti Forest Park) – ปอดใหม่ที่ฮอตที่สุดในเอเชีย
การเดินทาง: นั่ง ARL ราชปรารภ ไปลง มักกะสัน แล้วต่อ MRT เพชรบุรี ไปลงสถานีศูนย์สิริกิติ์
ถ้าปี 2026 คุณยังไม่ได้มาเช็กอินที่นี่ ถือว่ายังมาไม่ถึงกรุงเทพฯ! จากโรงงานยาสูบเก่า ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนป่าเชิงนิเวศขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ที่ให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศสุดๆ
- บรรยากาศ: กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา เต็มไปด้วยพรรณไม้ชุ่มน้ำและต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศช่วงเย็น (Golden Hour) ดีมาก ลมพัดเย็นสบาย ไม่ร้อนอย่างที่คิด เพราะมีบึงน้ำขนาดใหญ่ช่วยปรับอุณหภูมิ
- ไฮไลท์ถ่ายรูป: “Skywalk” ทางเดินลอยฟ้าที่ทอดยาวผ่านยอดไม้ คือมุมมหาชนที่คุณต้องมาถ่าย โดยมีฉากหลังเป็นตึกระฟ้าใจกลางอโศก ตัดกับสีเขียวของธรรมชาติ
- กิจกรรม: เดินเล่นบน Skywalk, วิ่งออกกำลังกาย, ปั่นจักรยาน, นั่งปิกนิกดูพระอาทิตย์ตก
- เวลาทำการ: 05.00 – 21.00 น.
2. วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (พระพุทธธรรมกายเทพมงคลปางสมาธิ) – แลนด์มาร์คระดับโลก
การเดินทาง: นั่ง BTS ไปลงสถานีวุฒากาศ แล้วต่อรถ/เรือ หรือ BTS ตลาดพลู
นี่คือจุดเช็กอินที่ดังไกลไปทั่วโลก พระพุทธรูปองค์ใหญ่ยักษ์สีทองอร่ามที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของไทย ตั้งตระหง่านอยู่เหนือชุมชนเมืองเก่า
- บรรยากาศ: แม้จะเป็นวัด แต่บรรยากาศโดยรอบมีความขลังและยิ่งใหญ่ ผสมผสานกับวิถีชีวิตริมคลองภาษีเจริญที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิม
- ไฮไลท์ถ่ายรูป: มุมถ่ายรูปยอดฮิตมี 2 จุดหลัก คือ 1. ภายในวัด ถ่ายมุมเสยเพื่อให้เห็นความยิ่งใหญ่ขององค์พระ 2. มุมไกลจากซอยเทอดไท หรือนั่งเรือหางยาวในคลอง เพื่อเก็บภาพองค์พระยักษ์ที่โผล่พ้นหลังคาบ้านเรือน (Unseen Shot)
- กิจกรรม: ไหว้พระขอพร, เดินชมพิพิธภัณฑ์ของสะสม, ถ่ายรูปมุมมหาชน
- เวลาทำการ: 08.00 – 18.00 น.
3. ตลาดน้อย (Talat Noi) – เสน่ห์ความวินเทจที่ไม่มีวันตาย
การเดินทาง: MRT หัวลำโพง แล้วเดินต่อ หรือนั่ง Taxi จากโรงแรม
ย่านชุมชนจีนเก่าแก่ที่ถูกปลุกให้มีชีวิตด้วยศิลปะและคาเฟ่ เป็นย่านที่เดินเพลินที่สุดในกรุงเทพฯ
- บรรยากาศ: ตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยกองอะไหล่รถยนต์เก่า (เชียงกง) ผสมกับสตรีทอาร์ตเท่ๆ และกลิ่นอายของศาลเจ้าจีนโบราณ ให้ความรู้สึกดิบๆ แต่มีสไตล์ (Hipster Vibe)
- ไฮไลท์ถ่ายรูป: “รถเต่าสีส้ม” ที่จอดอยู่ริมกำแพงอิฐเก่า คือสัญลักษณ์ของที่นี่ นอกจากนี้ยังมีกำแพงสตรีทอาร์ตในตรอกศาลเจ้าโรงเกือกที่เปลี่ยนลายไปเรื่อยๆ
- กิจกรรม: เดินหลงในตรอก (Walking Tour), ไหว้ศาลเจ้าโจวซือกง, ถ่ายรูปสตรีทอาร์ต
- เวลาทำการ: เปิดตลอดวัน (แนะนำช่วงบ่าย 15.00 – 18.00 น. แสงสวย)
4. คลองโอ่งอ่าง (Ong Ang Canal) – สีสันยามค่ำคืน
การเดินทาง: MRT สามยอด
จากคลองน้ำดำในอดีต สู่แลนด์มาร์คท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลระดับโลก เป็นถนนคนเดินริมคลองที่ชิลล์ที่สุด
- บรรยากาศ: โรแมนติกและผ่อนคลาย สองฝั่งคลองปูด้วยอิฐตัวหนอน เดินง่าย ประดับไฟสวยงามตลอดเส้นทาง ลมพัดเย็นสบายเหมาะกับการเดินเดตหรือเดินเล่นกับเพื่อน
- ไฮไลท์ถ่ายรูป: ภาพวาดสตรีทอาร์ตขนาดใหญ่บนผนังตึกริมคลอง ที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตพหุวัฒนธรรม และมุมสะพานเหล็กดัดที่ประดับไฟ LED
- กิจกรรม: เดินเล่นชมงานศิลปะ, ดูการแสดงเปิดหมวก, พายเรือคายัค (บางช่วงมีบริการฟรี)
- เวลาทำการ: ถนนคนเดินมีวันศุกร์-อาทิตย์ 16.00 – 21.00 น. (แต่วันธรรมดาก็ไปเดินถ่ายรูปได้)
5. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) – พื้นที่ของคนมีของ
การเดินทาง: นั่ง ARL ราชปรารภ ไป พญาไท แล้วต่อ BTS ไป สนามกีฬาแห่งชาติ
จุดนัดพบของคนรักศิลปะและวัยรุ่นสยาม สถานที่ที่รวมงานอาร์ตไว้ใจกลางเมือง แถมแอร์เย็นฉ่ำ!
- บรรยากาศ: เงียบสงบ มินิมอล ด้วยโทนสีขาวสะอาดตา อาคารทรงกระบอกที่ออกแบบมาให้แสงธรรมชาติส่องถึง ทำให้เดินดูงานศิลปะได้เพลินๆ
- ไฮไลท์ถ่ายรูป: “ทางเดินวนก้นหอย” (Spiral Walkway) ที่เดินวนขึ้นไปได้เรื่อยๆ เป็นมุมถ่ายรูปสุดคลาสสิกที่ถ่ายยังไงก็ดูอาร์ต
- กิจกรรม: ชมนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน, นั่งวาดรูป, เดินดูร้านขายของทำมือ
- เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น. (ปิดวันจันทร์)
6. สวนสันติภาพ (Santiphap Park) – โอเอซิสข้างบ้าน
การเดินทาง: เดินจาก Hotel de Bangkok เพียง 5-10 นาที
ใกล้จนเหมือนสวนหลังบ้านของโรงแรม! สวนสาธารณะขนาดย่อมย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ร่มรื่นเกินคาด
- บรรยากาศ: เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา มีสระน้ำตรงกลาง บรรยากาศเงียบสงบตัดกับความวุ่นวายของถนนราชวิถีอย่างสิ้นเชิง
- ไฮไลท์ถ่ายรูป: ม้านั่งยาวใต้ร่มไม้ ให้ฟีลเหมือนสวนในซีรีส์เกาหลี หรือญี่ปุ่น ยิ่งช่วงที่มีดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บาน จะสวยเหมือนซากุระเมืองไทย
- กิจกรรม: วิ่งจ๊อกกิ้ง, นั่งอ่านหนังสือ, ฟังดนตรีในสวน (บางช่วงเทศกาล)
- เวลาทำการ: 05.00 – 21.00 น.
7. ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ & สกายวอล์คราชประสงค์ – หัวใจของกรุงเทพฯ
การเดินทาง: เดินไปประตูน้ำ แล้วเดินบน Skywalk ยาวไปถึงราชประสงค์
ย่านที่ไม่เคยหลับใหล และเป็นจุดที่แสดงความเป็น “กรุงเทพฯ 2026” ได้ดีที่สุด
- บรรยากาศ: คึกคัก ทันสมัย รายล้อมด้วยจอ LED ขนาดยักษ์และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
- ไฮไลท์ถ่ายรูป: บริเวณลานหน้าห้างมักมีงานอีเวนต์และ Installation Art ให้ถ่ายรูปฟรีตลอดปี และมุมบน Skywalk ที่มองเห็นรถติดไฟแดงเป็นเส้นสาย (Long Exposure Shot) คือมุมยอดฮิต
- กิจกรรม: ไหว้พระพรหมเอราวัณ, เดินดูไฟ, ถ่ายรูป Cityscape
- เวลาทำการ: ตลอด 24 ชม.
8. ไอคอนสยาม ริเวอร์ พาร์ค (ICONSIAM River Park) – วิวแม่น้ำหลักล้าน
การเดินทาง: BTS สะพานตากสิน + เรือฟรี หรือ BTS สายสีทอง
ลานกิจกรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่วิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องเสียเงินเข้าร้านอาหารหรู
- บรรยากาศ: หรูหรา ลมแม่น้ำพัดเย็นสบาย มองเห็นวิวตึกระฟ้าฝั่งพระนครและเรือที่สัญจรไปมา ยิ่งช่วงค่ำจะมีการแสดงระบำสายน้ำที่อลังการ
- ไฮไลท์ถ่ายรูป: การแสดงระบำสายน้ำ (The ICONIC Multimedia Water Features) และมุมริมรั้วกั้นแม่น้ำที่เห็นฉากหลังเป็นตึกสูงย่านบางรัก
- กิจกรรม: ชมการแสดงน้ำพุ (มีรอบเวลา), เดินเล่นรับลม, ถ่ายรูป
- เวลาทำการ: 10.00 – 22.00 น.
9. อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ (CU Centenary Park) – ป่าคอนกรีตที่หายใจได้
การเดินทาง: นั่ง Taxi หรือ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ แล้วต่อรถ
สวนสาธารณะดีไซน์ล้ำสมัยที่ได้รับรางวัลระดับโลก ออกแบบมาเพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมและเป็นปอดให้คนเมือง
- บรรยากาศ: แตกต่างจากสวนทั่วไปด้วยพื้นเอียงลาด (Inclined Green Roof) ที่ปูด้วยหญ้าเขียวขจี บรรยากาศเงียบสงบและดูโมเดิร์น
- ไฮไลท์ถ่ายรูป: การยืนบนจุดสูงสุดของเนินหญ้า โดยมีฉากหลังเป็นตึกสูงและท้องฟ้า หรือถ่ายกับสถาปัตยกรรมห้องเรียนรู้ใต้ดิน
- กิจกรรม: นั่งปิกนิกบนพื้นหญ้า, อ่านหนังสือ, ดูพระอาทิตย์ตก
- เวลาทำการ: 05.00 – 22.00 น.
10. ท่ามหาราช & กำแพงพระบรมมหาราชวัง – ย้อนรอยกรุงเก่า
การเดินทาง: Taxi หรือ MRT สนามไชย
ปิดท้ายด้วยย่านพระนครที่ยังคงความคลาสสิกเสมอ แม้จะไม่เสียเงินค่าเข้าวัดพระแก้ว แต่แค่เดินถ่ายรูปด้านนอกก็คุ้มแล้ว
- บรรยากาศ: เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ และวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่มองเห็นวัดอรุณฯ
- ไฮไลท์ถ่ายรูป: “กำแพงสีขาว” ของพระบรมมหาราชวังที่ตัดกับท้องฟ้าสีคราม และสนามหญ้าสีเขียวของสนามหลวง เป็นมุมมินิมอลที่สวยมาก หรือจะไปถ่ายวิววัดอรุณฯ ยามพระอาทิตย์ตกที่ท่ามหาราชก็ได้
- กิจกรรม: เดินชมเมืองเก่า, นั่งชิลล์ริมน้ำ
- เวลาทำการ: ตลอดทั้งวัน
พักที่ Hotel de Bangkok: ความสุขที่เข้าถึงง่าย
หลังจากตะลุยถ่ายรูปจนเมมเต็มและเดินจนขาลาก การมีที่พักที่เงียบสงบ สะอาด และเตียงนุ่มๆ รออยู่ คือรางวัลที่ดีที่สุด
Hotel de Bangkok ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่พัก แต่เราคือเพื่อนร่วมเดินทางของคุณ ด้วยทำเลที่ตั้งในย่าน “ราชปรารภ” คุณจึงสามารถเชื่อมต่อกับทุกจุดหมายในลิสต์นี้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะด้วย Airport Rail Link, BTS หรือแม้แต่การเรียก Taxi ก็สะดวกสบาย แถมรอบๆ โรงแรมยังเต็มไปด้วยสตรีทฟู้ดรสเด็ดราคาสบายกระเป๋า ให้คุณได้เติมพลังก่อนและหลังการเดินทาง
ปี 2026 นี้ มาเปิดประสบการณ์เที่ยวกรุงเทพฯ แบบ Smart & Chic ไปด้วยกัน
👉 จองห้องพักราคาพิเศษ (Best Rate Guarantee) ได้ที่: www.hoteldebangkok.com
