ล่องลอยไปกับสายน้ำ: 10 จุดชมวิว “แม่น้ำเจ้าพระยา” ที่สวยที่สุดปี 2026 เดินทางสะดวกจาก โรงแรมเดอบางกอก

“สายน้ำไม่เคยไหลย้อนกลับ… แต่ความประทับใจริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะไหลเวียนอยู่ในความทรงจำของคุณตลอดไป”
กรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าอมรที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยสายเลือดใหญ่ที่ชื่อว่า “แม่น้ำเจ้าพระยา” (The Chao Phraya River) ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี เสน่ห์ของสายน้ำแห่งนี้ก็ยังคงดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก ให้มาสัมผัสลมเย็นๆ แสงไฟระยิบระยับ และวิถีชีวิตสองฝั่งคลองที่ผสมผสานความเก่าแก่และความทันสมัยได้อย่างลงตัว
หากคุณเลือกพักที่ Hotel de Bangkok (โรงแรมเดอบางกอก) ในย่านราชปรารภ คุณได้ถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องการเดินทาง เพราะที่ตั้งของเราคือจุดกึ่งกลางที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลัก ทั้ง Airport Rail Link และ BTS ทำให้การจะไปชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ใช่เรื่องยากลำบาก แต่เป็นการเดินทางระยะสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย
วันนี้เราคัดสรร 10 จุดชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บรรยากาศดีที่สุด ถ่ายรูปสวยที่สุด และ “ฮีลใจ” ได้ดีที่สุด มาฝากคุณครับ
1. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนต์ (Asiatique The Riverfront)
จุดชมวิวสุดคลาสสิก ที่ครบเครื่องทั้งกิน เที่ยว ช้อป
เริ่มต้นที่แลนด์มาร์คริมน้ำที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึง เอเชียทีคคือการนำโกดังสินค้าเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 มาปัดฝุ่นใหม่ให้กลายเป็นย่านการค้าที่มีสไตล์
- บรรยากาศ: ลมแม่น้ำที่นี่พัดแรงและเย็นสบายมาก ทางเดินริมน้ำ (Boardwalk) ยาวกว่า 300 เมตร เหมาะแก่การเดินทอดน่องดูเรือแล่นผ่าน ยิ่งดึกยิ่งสวยด้วยแสงไฟประดับ
- ไฮไลท์: “Asiatique Sky” ชิงช้าสวรรค์ยักษ์สูง 60 เมตร ที่ให้คุณขึ้นไปชมวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาจากมุมสูงแบบ 360 องศา เห็นแสงไฟกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนระยิบระยับดั่งดาวบนดิน
- กิจกรรม: นั่งชิงช้าสวรรค์, ทานอาหารทะเลริมน้ำ, ชมการแสดงคาลิปโซ่, ช้อปปิ้งของที่ระลึก
- เวลาทำการ: 11.00 – 00.00 น.
- การเดินทาง: นั่ง BTS ไปลงสถานีสะพานตากสิน (ทางออก 2) แล้วต่อเรือ Shuttle Boat ฟรีของโครงการ
2. ไอคอนสยาม (ICONSIAM River Park)
ความหรูหราอลังการ ริมฝั่งธนบุรี
ข้ามมาฝั่งธนบุรีกับอภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต ลานริเวอร์พาร์คของไอคอนสยามคือจุดชมวิวที่ “แพง” (ในแง่ความรู้สึก) แต่เข้าฟรี!
- บรรยากาศ: โอ่อ่า หรูหรา พื้นที่กว้างขวางปูด้วยกระเบื้องอย่างดี มองเห็นวิวตึกระฟ้าฝั่งพระนครได้เต็มตาแบบพาโนรามา เป็นจุดที่ลมดีและสะอาดตามาก
- ไฮไลท์: “The ICONIC Multimedia Water Features” การแสดงระบำสายน้ำผสมแสงสีเสียงที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สวยงามตระการตาจนต้องยกมือถือขึ้นมาถ่าย
- กิจกรรม: ชมการแสดงน้ำพุ (มีรอบเวลา 18.30, 20.00 น.), นั่งรับลม, ช้อปปิ้งแบรนด์เนม, ทานอาหารที่ SookSiam
- เวลาทำการ: 10.00 – 22.00 น.
- การเดินทาง: นั่ง BTS ไปลงสถานีสะพานตากสิน แล้วต่อเรือฟรี หรือนั่ง BTS สายสีทองไปลงสถานีเจริญนคร
3. ท่ามหาราช (Tha Maharaj)
วิถีฮิปสเตอร์ริมน้ำ ในย่านเมืองเก่า
คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดกะทัดรัดที่แทรกตัวอยู่ในย่านท่าพระจันทร์-ท่าช้าง เป็นจุดนัดพบของวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวที่รักความชิลล์
- บรรยากาศ: อบอุ่น เป็นกันเอง ตกแต่งสไตล์โคโลเนียลผสมโมเดิร์น มีร้านกาแฟและร้านอาหารที่มีระเบียงยื่นออกไปริมน้ำ
- ไฮไลท์: จุดชมวิวชั้น 2 ที่สามารถมองเห็น “วัดอรุณราชวราราม” ฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มจะฉาบทาหลังพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นภาพที่สวยสะกดใจ
- กิจกรรม: จิบกาแฟดูวิว, เช่าจักรยานขี่รอบเกาะรัตนโกสินทร์, เดินเลือกซื้อพระเครื่อง (โซนใกล้เคียง)
- เวลาทำการ: 10.00 – 21.00 น.
- การเดินทาง: นั่ง Taxi จากโรงแรมไปลงท่าพระจันทร์/ท่ามหาราช หรือนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา (ธงฟ้า/ธงส้ม) มาลงท่ามหาราช
4. สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา (Chao Phraya Sky Park)
สวนลอยฟ้าข้ามแม่น้ำ แห่งแรกของไทย
จากโครงสร้างรางรถไฟฟ้าที่ถูกทิ้งร้างมากว่า 30 ปี ถูกชุบชีวิตให้กลายเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าที่เชื่อมฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีเข้าด้วยกัน
- บรรยากาศ: ร่มรื่นด้วยต้นไม้ดอกไม้ตลอดทางเดิน ลมพัดโกรกตลอดเวลา เป็นจุดที่เงียบสงบและโรแมนติกมากในช่วงเย็น
- ไฮไลท์: การได้ยืนอยู่ “กลางแม่น้ำ” จริงๆ โดยไม่ต้องนั่งเรือ คุณจะเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบ 360 องศา มองเห็นสะพานพุทธยอดฟ้าและวัดประยุรวงศาวาส
- กิจกรรม: เดินเล่น, วิ่งออกกำลังกาย, นั่งดูพระอาทิตย์ตก, ถ่ายรูป Portrait
- เวลาทำการ: 05.00 – 20.00 น.
- การเดินทาง: นั่ง MRT ลงสถานีสนามไชย หรือ Taxi ไปลงปากคลองตลาด แล้วเดินขึ้นสะพาน
5. วัดอรุณราชวราราม (วิวจากฝั่งท่าเตียน)
มุมมหาชนที่ทั่วโลกต้องมาเช็กอิน
แม้ตัววัดจะอยู่ฝั่งธนฯ แต่จุดชมวิวที่ดีที่สุดคือ “ฝั่งตรงข้าม” คือบริเวณท่าเตียน ที่มีร้านอาหารและ Rooftop Bar เรียงราย
- บรรยากาศ: โรแมนติก หรูหรา และมีความขลัง เหมาะกับการมานั่งทานอาหารค่ำ (Fine Dining) หรือจิบเครื่องดื่มเย็นๆ
- ไฮไลท์: วิว “พระปรางค์วัดอรุณฯ” ที่เปิดไฟส่องสว่างสีทองตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มยามค่ำคืน เป็น Signature Shot ของกรุงเทพฯ ที่ห้ามพลาด
- กิจกรรม: ดินเนอร์ริมน้ำ, จิบเครื่องดื่มที่ Rooftop Bar (เช่น The Deck, Eagle Nest), ถ่ายรูป
- เวลาทำการ: ร้านอาหารส่วนใหญ่เปิด 11.00 – 23.00 น.
- การเดินทาง: นั่ง MRT ลงสถานีสนามไชย แล้วเดินมาที่ท่าเตียน
6. สวนสันติชัยปราการ (ป้อมพระสุเมรุ)
นั่งปิกนิกริมน้ำ ย่านถนนพระอาทิตย์
สวนสาธารณะริมน้ำที่มีฉากหลังเป็นป้อมปราการสีขาวสมัยรัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่ย่านบางลำพู ใกล้ถนนข้าวสาร
- บรรยากาศ: ผ่อนคลายและมีความเป็นโลคอลสูง คุณจะเห็นคนมาเล่นดนตรี มาเต้นแอโรบิก หรือมานั่งสมาธิ บรรยากาศริมน้ำตรงนี้มองเห็นสะพานพระราม 8 ได้อย่างสวยงาม
- ไฮไลท์: “พระที่นั่งสันติชัยปราการ” ศาลาไทยริมน้ำที่สวยงาม และวิวสะพานพระราม 8 ที่เปิดไฟสวยงามตอนกลางคืน
- กิจกรรม: ปิกนิกบนสนามหญ้า, ดูการแสดงดนตรีในสวน, เดินเล่นถนนพระอาทิตย์
- เวลาทำการ: 05.00 – 21.00 น.
- การเดินทาง: นั่ง Taxi จากโรงแรมไปถนนพระอาทิตย์ หรือนั่งเรือด่วนลงท่าพระอาทิตย์
7. สะพานพระราม 8 (Rama VIII Bridge & Park)
ความสง่างามของสถาปัตยกรรมขึง
สะพานขึงแบบอสมมาตรเสาเดี่ยวแห่งเดียวในโลก ที่ด้านล่างมีสวนสาธารณะให้พักผ่อน
- บรรยากาศ: กว้างขวางและลมแรงมาก เป็นจุดที่นักถ่ายภาพนิยมมาตั้งกล้องถ่ายภาพสะพาน
- ไฮไลท์: การเดินขึ้นไปบนทางเดินเท้าของสะพานพระราม 8 เพื่อชมวิวแม่น้ำจากมุมสูง หรือนั่งเล่นที่สวนหลวงพระราม 8 ด้านล่างเพื่อดูความยิ่งใหญ่ของเสาสะพาน
- กิจกรรม: วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ถ่ายรูปสถาปัตยกรรม
- เวลาทำการ: สวนเปิด 05.00 – 21.00 น.
- การเดินทาง: นั่งเรือข้ามฟากจากท่าเทเวศร์ หรือ Taxi ข้ามไปฝั่งธนบุรี
8. ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok)
เสพงานศิลป์ ริมสายน้ำ
ศูนย์รวมงานศิลปะและวัตถุโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านสี่พระยา เป็นท่าเรือหลักของเรือสำราญดินเนอร์
- บรรยากาศ: อาร์ตและคลาสสิก มีแกลเลอรีหมุนเวียนให้ชมฟรี แอร์เย็นฉ่ำ ด้านนอกมีลานกิจกรรมริมน้ำ
- ไฮไลท์: การได้เดินชมงานศิลปะระดับโลก แล้วออกมานั่งจิบกาแฟที่คาเฟ่ริมน้ำ ดูเรือด่วนและเรือสำราญแล่นผ่าน
- กิจกรรม: ชมนิทรรศการศิลปะ, ประมูลของเก่า, นั่งเรือดินเนอร์ (Dinner Cruise)
- เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น.
- การเดินทาง: นั่งเรือด่วนลงท่าสี่พระยา หรือ Taxi จากโรงแรม
9. ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค (Yodpiman River Walk)
ระเบียงริมน้ำ เหนือปากคลองตลาด
คอมมูนิตี้มอลล์ที่ปรับปรุงจากอาคารเก่าย่านปากคลองตลาด ออกแบบสไตล์โคโลเนียล
- บรรยากาศ: วินเทจและสดชื่น เพราะอยู่ติดกับตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุด กลิ่นดอกไม้หอมจางๆ ลอยมาตามลม ระเบียงทางเดินยาวเชื่อมต่อกัน เดินชมวิวได้สะดวก
- ไฮไลท์: วิวโค้งน้ำที่มองเห็น “สะพานพุทธ” และวัดกัลยาณมิตรฯ ฝั่งตรงข้าม เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่โรแมนติกอีกแห่ง
- กิจกรรม: ซื้อดอกไม้ปากคลองตลาด, ทานอาหารริมน้ำ, เดินเล่น
- เวลาทำการ: 10.00 – 23.00 น.
- การเดินทาง: นั่ง MRT ลงสถานีสนามไชย แล้วเดินต่อ หรือเรือด่วนลงท่ายอดพิมาน
10. เดอะ แจม แฟคทอรี่ (The Jam Factory)
ความชิคในโกดังเก่า ฝั่งคลองสาน
ข้ามมาฝั่งคลองสาน กับพื้นที่สร้างสรรค์ที่ดัดแปลงจากโรงงานเก่า กลายเป็นร้านหนังสือ คาเฟ่ และแกลเลอรี
- บรรยากาศ: ดิบ เท่ (Industrial Loft) เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบใกล้ชิด เงียบสงบกว่าห้างสรรพสินค้า
- ไฮไลท์: ร้านหนังสือ Candide และร้านกาแฟ Li-bra-ry ที่คุณสามารถนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือพร้อมชมวิวแม่น้ำได้
- กิจกรรม: อ่านหนังสือ, จิบกาแฟ, ชมตลาดนัดสินค้าทำมือ (The Knack Market – มีเฉพาะวันหยุด)
- เวลาทำการ: 11.00 – 20.00 น.
- การเดินทาง: นั่งเรือข้ามฟากจากท่าสี่พระยา มาท่าคลองสาน
พักที่ Hotel de Bangkok: จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แสนสะดวก
การได้ออกไปสัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะช่วยเติมพลังให้คุณได้อย่างน่าอัศจรรย์ และการเลือกพักที่ Hotel de Bangkok จะทำให้ทริปของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ด้วยทำเลที่ตั้งย่านราชปรารภ ที่เงียบสงบแต่เดินทางสะดวก คุณสามารถนั่ง BTS จากสถานีพญาไท ไปยัง สถานีสะพานตากสิน (Central Pier) เพื่อต่อเรือด่วนเจ้าพระยาไปยังจุดต่างๆ ได้ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที หรือจะใช้บริการ Taxi จากหน้าโรงแรมก็สะดวกสบาย ให้คุณได้ดื่มด่ำกับความงามของกรุงเทพฯ ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางสัมผัสเสน่ห์ริมน้ำ แล้วกลับมาพักผ่อนในห้องพักแสนสบายที่: www.hoteldebangkok.com
